


การใช้แก๊ส LPG ในภาคอุตสาหกรรมช่วยขับเคลื่อนกระบวนการผลิตให้เดินหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ในขณะเดียวกันก็มีความเสี่ยงที่ผู้ประกอบการและผู้ปฏิบัติงานต้องระวังอย่างยิ่ง นั่นคือปัญหาแก๊สรั่วซึ่งเป็นภัยเงียบที่อาจลุกลามไปสู่อัคคีภัยหรือการระเบิดครั้งใหญ่ได้หากไม่มีการเตรียมพร้อมและรับมือที่ดีพอ
บทความนี้ DeeChoice Group จะพาคุณไปเจาะลึกว่าแก๊สรั่วเกิดจากสาเหตุใด มีวิธีตรวจสอบเบื้องต้นอย่างไร และควรมีมาตรการป้องกันเชิงรุกแบบไหนเพื่อสร้างความปลอดภัยสูงสุดให้กับโรงงานและธุรกิจของคุณ

เมื่อเกิดภาวะแก๊สรั่วหลายคนอาจคิดถึงแค่กลิ่นเหม็นที่รบกวนการทำงาน แต่ในความเป็นจริงแล้ว อันตรายที่แฝงมากับก๊าซปิโตรเลียมเหลว (LPG) ที่หลุดรอดออกมาสะสมในอากาศนั้นมีความรุนแรงและส่งผลกระทบวงกว้างในหลายมิติ ดังนี้
การจะป้องกันปัญหาได้อย่างตรงจุด เราต้องเข้าใจก่อนว่าแก๊สรั่วมักมีจุดกำเนิดมาจากอะไรบ้าง ในสภาพแวดล้อมของโรงงานอุตสาหกรรมที่มีการใช้งานอย่างหนักหน่วงและต่อเนื่อง ปัจจัยที่ทำให้เกิดการรั่วไหลนั้นมีหลากหลาย ซึ่งสาเหตุหลักๆ ที่พบได้บ่อยมักมาจาก 3 ปัจจัยสำคัญต่อไปนี้
อุปกรณ์ในระบบแก๊สทุกชิ้นย่อมมีอายุการใช้งาน สาเหตุอันดับต้นๆ ของการเกิดแก๊สรั่วคือการเสื่อมสภาพของซีลยาง ประเก็น หรือวาล์วเปิด-ปิดที่ผ่านการใช้งานมาอย่างยาวนาน ทำให้ความสามารถในการกักเก็บแรงดันลดลง นอกจากนี้ ท่อเหล็กที่โดนความชื้นหรือสารเคมีกัดกร่อนจนเกิดสนิมกินลึก ก็อาจทำให้เนื้อเหล็กบางลงจนเกิดตามดและกลายเป็นจุดที่แก๊สรั่วออกมาได้อย่างง่ายดาย
การให้ความสำคัญกับมาตรฐานการติดตั้งคือสิ่งที่ไม่ควรละเลย หากเลือกใช้ท่อประปาหรือท่อพลาสติกมาใช้แทนท่อแก๊สไร้ตะเข็บ หรือใช้ช่างที่ไม่มีความชำนาญในการเชื่อมต่อข้อต่อต่างๆ อย่างถูกต้อง ก็มีโอกาสสูงมากที่จะเกิดแก๊สรั่วเมื่อระบบต้องรับแรงดันสูง การใช้อุปกรณ์ที่ไม่ได้มาตรฐานสากลหรือไม่เหมาะสมกับประเภทของแก๊ส LPG ล้วนเปรียบเสมือนระเบิดเวลาที่ซ่อนอยู่ในโรงงาน
ในพื้นที่โรงงานที่มีการเคลื่อนย้ายสิ่งของหรือการทำงานของรถโฟล์คลิฟท์ อุบัติเหตุจากการเฉี่ยวชนท่อแก๊สที่ไม่มีการทำอุปกรณ์ป้องกัน (Impact Protection) เป็นอีกหนึ่งสาเหตุสำคัญที่ทำให้ท่อแตกหรือข้อต่อหลุดจนเกิดแก๊สรั่วอย่างรุนแรง นอกจากนี้ การละเลยไม่ยอมตรวจสอบสภาพระบบแก๊สตามรอบการบำรุงรักษา ก็ทำให้เราพลาดโอกาสที่จะพบจุดบกพร่องเล็กๆ ก่อนที่มันจะกลายเป็นรอยรั่วขนาดใหญ่

เมื่อมีแก๊สรั่วการรู้ตัวให้เร็วที่สุดคือวิธีเดียวที่จะหยุดยั้งหายนะได้ โชคดีที่ระบบแก๊สมาตรฐานมีการออกแบบให้เราสามารถสังเกตความผิดปกติได้หลายวิธี ทั้งจากการใช้สัมผัสพื้นฐานของมนุษย์และการใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยเตือนภัย นี่คือ 3 วิธีหลักในการตรวจสอบว่ามีแก๊สรั่วหรือไม่
โดยธรรมชาติแล้วก๊าซ LPG จะไม่มีสีและไม่มีกลิ่น แต่เพื่อความปลอดภัย ผู้ผลิตจึงได้เติมสารให้กลิ่นที่เรียกว่า เอทิลเมอร์แคปแทน (Ethyl Mercaptan) ลงไป ทำให้แก๊สมีกลิ่นเหม็นฉุนคล้ายไข่เน่า กลิ่นนี้ถูกออกแบบมาให้มนุษย์สามารถรับรู้ได้ทันทีแม้จะมีแก๊สรั่วออกมาเพียงเล็กน้อย ดังนั้นหากเดินเข้าไปในพื้นที่แล้วได้กลิ่นฉุนผิดปกตินี้ ให้สันนิษฐานไว้ก่อนเลยว่ากำลังเกิดแก๊สรั่วขึ้นในบริเวณนั้น
หากได้กลิ่นแต่ไม่แน่ใจว่าแก๊สรั่วมาจากจุดไหน วิธีคลาสสิกที่แม่นยำและปลอดภัยที่สุดคือการใช้น้ำสบู่หรือน้ำยาล้างจานผสมน้ำ นำฟองไปชโลมหรือลูบตามรอยต่อของท่อ วาล์ว หรือหัวปรับแรงดัน หากมีแก๊สรั่วออกมา คุณจะเห็นฟองอากาศปุดๆ ดันตัวขึ้นมาอย่างชัดเจน ห้ามใช้ไฟแช็กหรือไม้ขีดไฟจุดหาจุดรั่วเด็ดขาดเพราะอาจทำให้เกิดการลุกไหม้และระเบิดในพริบตา
สำหรับโรงงานอุตสาหกรรม การพึ่งพาจมูกคนอย่างเดียวอาจไม่ทันการและไม่ครอบคลุม การติดตั้งเซนเซอร์ตรวจจับแก๊ส (Gas Detector) ในจุดเสี่ยง เช่น ห้องต้มแก๊ส หรือแนวท่อเมน เป็นวิธีที่ดีที่สุด อุปกรณ์นี้จะตรวจจับโมเลกุลของก๊าซในอากาศและส่งเสียงร้องเตือนทันทีเมื่อปริมาณก๊าซถึงระดับที่อาจเกิดอันตราย ทำให้เราสามารถรู้ตัวว่ามีแก๊สรั่วแม้จะอยู่ในช่วงเวลากลางคืนหรือไม่มีพนักงานอยู่ในพื้นที่ก็ตาม
“สติ” คือสิ่งสำคัญที่สุดเมื่อเผชิญเหตุฉุกเฉิน หากคุณตรวจพบหรือมั่นใจแล้วว่ามีแก๊สรั่วเกิดขึ้นในพื้นที่ สิ่งที่ต้องทำเป็นอันดับแรกไม่ใช่การตื่นตระหนกและวิ่งหนี แต่คือการระงับเหตุเบื้องต้นและลดปัจจัยเสี่ยงที่จะทำให้เกิดประกายไฟ โดยมีขั้นตอนปฏิบัติดังต่อไปนี้
อันดับแรกให้รีบเดินไปปิดวาล์วที่หัวถังแก๊สหรือวาล์วเมนทันทีเพื่อหยุดการจ่ายแก๊ส จากนั้นให้เปิดหน้าต่างและประตูทุกบานเพื่อระบายอากาศให้ก๊าซที่สะสมอยู่เจือจางลง ข้อควรระวังที่สำคัญที่สุดเมื่อมีแก๊สรั่วคือ ห้ามเปิดหรือปิดสวิตช์ไฟ ห้ามถอดปลั๊ก และห้ามใช้โทรศัพท์มือถือในบริเวณนั้นเด็ดขาด เพราะประกายไฟที่มองไม่เห็นเพียงนิดเดียวอาจจุดชนวนให้แก๊สลุกไหม้ได้
หากปิดวาล์วแล้วแต่ยังมีแก๊สรั่วออกมาอย่างรุนแรง ได้ยินเสียงฟู่ดังมาก หรือไม่สามารถเข้าไปปิดวาล์วได้ ให้รีบสั่งอพยพพนักงานทุกคนออกจากพื้นที่ไปยังจุดรวมพลที่ปลอดภัยทันที โดยเดินหลบหลีกไปในทิศทางเหนือลม เมื่ออยู่ในระยะที่ปลอดภัยแล้วจึงค่อยโทรแจ้งหน่วยดับเพลิง และติดต่อทีมวิศวกรหรือบริษัทผู้ดูแลระบบแก๊สของคุณให้เข้ามาจัดการแก้ไขสถานการณ์อย่างเร่งด่วน

การแก้ปัญหาที่ปลายเหตุเมื่อเกิดแก๊สรั่วอาจไม่ทันเวลา การป้องกันไม่ให้เกิดรอยรั่วตั้งแต่แรกจึงเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุด สำหรับภาคอุตสาหกรรมที่ใช้แก๊สปริมาณมาก ควรมีมาตรการเชิงรุกเพื่ออุดช่องโหว่และยกระดับความปลอดภัยให้สูงที่สุด ดังนี้
การนำเทคโนโลยีมาใช้คือทางออกที่ยั่งยืน การติดตั้งวาล์วตัดแก๊สอัตโนมัติ (Solenoid Valve) ที่ทำงานเชื่อมต่อกับเครื่องตรวจจับแก๊ส (Gas Detector) เป็นระบบนิรภัยที่โรงงานมาตรฐานต้องมี เมื่อเซนเซอร์ตรวจพบว่ามีแก๊สรั่วเกินค่าที่กำหนด ระบบจะส่งสัญญาณไปสั่งการให้วาล์วปิดการจ่ายแก๊สที่ท่อเมนโดยอัตโนมัติทันที ช่วยระงับเหตุร้ายได้รวดเร็วแม้ในเวลาที่ไม่มีพนักงานคอยเฝ้าระวัง
กฎหมายไม่ได้กำหนดให้ตรวจสอบเพียงเพื่อความซับซ้อน แต่เพื่อความปลอดภัยที่แท้จริง การให้วิศวกรสามัญเครื่องกลผู้เชี่ยวชาญเข้ามาตรวจสอบระบบแก๊สประจำปี (Preventive Maintenance) เป็นการสแกนหาจุดอ่อนหรือความเสื่อมสภาพของท่อและวาล์วที่เรามองไม่เห็นด้วยตาเปล่า การบำรุงรักษาอย่างสม่ำเสมอจะช่วยป้องกันปัญหาแก๊สรั่วได้อย่างมีประสิทธิภาพ และทำให้ระบบพร้อมใช้งานอย่างมั่นคง
เนื้อแก๊ส LPG จริงๆ ไม่มีสีและไม่มีกลิ่น แต่ผู้ผลิตจะเติมสารเอทิลเมอร์แคปแทนลงไปให้มีกลิ่นเหม็นฉุน เพื่อเป็นสัญญาณเตือนให้เรารู้ตัวทันทีเมื่อเกิดเหตุแก๊สรั่ว
ไม่ระเบิดทันที แก๊สจะลุกไหม้หรือระเบิดได้ก็ต่อเมื่อมีแก๊สรั่วสะสมในปริมาณความเข้มข้นที่พอเหมาะ และจะต้องมีประกายไฟหรือความร้อนสูงเป็นตัวจุดชนวนเท่านั้น
เพื่อป้องกันแก๊สรั่วจากการเสื่อมสภาพ แนะนำให้เปลี่ยนสายยางนำแก๊สทุกๆ 2 ปี และเปลี่ยนหัวปรับแรงดันแก๊สทุกๆ 5 ปี หรือเปลี่ยนทันทีหากพบรอยแตกลายงา
ปัญหาแก๊สรั่วคือภัยร้ายที่ป้องกันได้หากเราใส่ใจในมาตรฐานตั้งแต่เริ่มต้น การเลือกใช้อุปกรณ์ที่มีคุณภาพ การบำรุงรักษาอย่างสม่ำเสมอ และการมีระบบแจ้งเตือนที่รัดกุม ล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยลดความเสี่ยง
หากคุณกำลังมองหาผู้เชี่ยวชาญด้านบริการรับติดตั้งระบบแก๊ส และการติดตั้งท่อแก๊สในโรงงาน DeeChoice Group มีทีมงานผู้เชี่ยวชาญและมีประสบการณ์มากกว่า 10 ปี ใช้สินค้าที่มีคุณภาพสูงและตรงตามมาตรฐานกรมธุรกิจพลังงาน อีกทั้งเรายังพร้อมให้บริการด้วยใจ เพราะมาตรฐานและความปลอดภัย คือหัวใจสำคัญที่ DeeChoice Group ยึดมั่น สำหรับผู้ที่ต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดต่อเราได้ผ่านช่องทางดังนี้