


การทำงานในสถานที่ที่มีเครื่องจักรขนาดใหญ่ ไซต์งานก่อสร้าง หรือพื้นที่ที่มีสารเคมีอันตราย ล้วนมีความเสี่ยงที่อาจทำให้เกิดอุบัติเหตุหรือส่งผลเสียต่อสุขภาพของคนทำงานได้ตลอดเวลา การสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยจึงเป็นเรื่องสำคัญสูงสุด สิ่งที่จะเข้ามาทำหน้าที่เป็นเกราะป้องกันให้พนักงานปฏิบัติงานได้อย่างอุ่นใจคือ อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคล หรือที่คนส่วนใหญ่เรียกติดปากกันว่า PPE บทความนี้จะพาไปดูว่าอุปกรณ์เหล่านี้คืออะไร มีกี่ประเภท และมีวิธีการเลือกใช้งานแบบไหนถึงจะปกป้องร่างกายได้ดีที่สุด
อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคล (Personal Protective Equipment) คือเครื่องมือ เครื่องใช้ หรือเครื่องแต่งกายที่ถูกออกแบบมาให้ผู้ปฏิบัติงานสวมใส่ทับลงบนร่างกาย มีหน้าที่หลักในการปกป้องอวัยวะส่วนต่างๆ จากอันตรายที่อาจเกิดขึ้นในพื้นที่ทำงาน ไม่ว่าจะเป็นการตกกระแทก การสัมผัสสารเคมี ความร้อน ไฟฟ้า หรือการสูดดมฝุ่นควันพิษ การสวมใส่อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคลถือเป็นมาตรการความปลอดภัยขั้นพื้นฐานที่กฎหมายแรงงานบังคับใช้อย่างเข้มงวด เพื่อลดความสูญเสียจากอุบัติเหตุและป้องกันโรคจากการทำงานในระยะยาว

การใช้งานอุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคลให้เกิดผลลัพธ์สูงสุดต้องพิจารณาจากความเสี่ยงในแต่ละพื้นที่เป็นหลัก โดยสามารถแบ่งออกตามส่วนของร่างกายที่ต้องการปกป้องได้ดังนี้
ศีรษะเป็นอวัยวะที่สำคัญที่สุดและเปราะบางมากหากเกิดอุบัติเหตุ การสวมใส่อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคลสำหรับศีรษะจะช่วยลดแรงกระแทกจากวัตถุที่ตกลงมาใส่ ป้องกันการชนกับโครงสร้างแข็ง หรือแม้แต่ป้องกันอันตรายจากกระแสไฟฟ้า
ดวงตาเป็นส่วนที่ง่ายต่อการได้รับบาดเจ็บจากเศษวัสดุชิ้นเล็ก สารเคมีกระเด็น หรือแสงจ้าจากการเชื่อมโลหะ อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคลในกลุ่มนี้ถูกออกแบบมาเพื่อปกป้องการมองเห็นและผิวหนังบนใบหน้าโดยเฉพาะ
การอยู่ในพื้นที่ที่มีเสียงดังเกินมาตรฐานติดต่อกันเป็นเวลานานคือสาเหตุหลักที่ทำให้สูญเสียการได้ยินถาวร อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคลสำหรับลดเสียงจึงจำเป็นมากในโรงงานที่มีเครื่องจักรทำงานตลอดเวลา
อากาศที่ปนเปื้อนฝุ่นควัน สารเคมี หรือก๊าซพิษ เป็นอันตรายต่อปอดและระบบทางเดินหายใจ อุปกรณ์ในหมวดนี้ทำหน้าที่กรองอากาศให้บริสุทธิ์ก่อนสูดดมเข้าสู่ร่างกาย

มือเป็นส่วนที่ใช้หยิบจับสิ่งของและควบคุมเครื่องจักรมากที่สุด ทำให้เสี่ยงต่อการถูกของมีคมบาด โดนหนีบ หรือสัมผัสของร้อน อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคลสำหรับมือจึงมีความหลากหลายเพื่อให้ตรงกับลักษณะงาน
ร่างกายส่วนลำตัวต้องการเกราะป้องกันจากสภาพแวดล้อมที่รุนแรง ไม่ว่าจะเป็นความร้อนจัด สารเคมีรั่วไหล หรือการทำงานในที่แสงน้อย อุปกรณ์สำหรับลำตัวถูกออกแบบมาเพื่อปกปิดผิวหนังอย่างรัดกุม
เท้าเป็นส่วนที่มักเกิดอันตรายจากการถูกของหนักหล่นทับ หรือเหยียบของแหลมคม อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคลที่ใช้ปกป้องเท้าต้องมีความแข็งแรง ทนทานต่อแรงกระแทกและการเจาะทะลุ

เพื่อให้การใช้งานเกิดความคุ้มค่าและปกป้องชีวิตได้จริง การเลือกอุปกรณ์ต้องพิจารณาปัจจัยหลายด้านควบคู่กัน
ขั้นตอนแรกคือการสำรวจพื้นที่ทำงานว่ามีอันตรายรูปแบบไหนซ่อนอยู่ หากต้องทำงานบนที่สูงควรมีเข็มขัดนิรภัยกันตก หากทำงานในพื้นที่ที่มีเสียงดังตลอดเวลาต้องเตรียมที่ครอบหู การประเมินความเสี่ยงที่แม่นยำจะช่วยให้ผู้ดูแลสามารถกำหนดได้ว่าพนักงานต้องใช้อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคลชนิดใดบ้างให้ครอบคลุมอันตรายทั้งหมด
อุปกรณ์ที่วางขายทั่วไปอาจไม่ได้กันกระแทกหรือกันสารเคมีได้จริงตามที่ระบุไว้ การสังเกตสัญลักษณ์มาตรฐานอุตสาหกรรมบนตัวสินค้าคือสิ่งจำเป็น ไม่ว่าจะเป็นมาตรฐาน มอก. ของไทย มาตรฐาน ANSI ของอเมริกา หรือ CE ของยุโรป สัญลักษณ์เหล่านี้เป็นการการันตีว่าอุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคลชิ้นนั้นผ่านการทดสอบความทนทานมาแล้วอย่างเข้มงวดตามหลักสากล
เมื่อใช้งานเสร็จแล้วต้องทำความสะอาดอุปกรณ์ทันทีเพื่อกำจัดคราบสกปรกหรือสารเคมีที่ตกค้าง ควรเก็บไว้ในที่ร่ม อากาศถ่ายเทสะดวก และหลีกเลี่ยงแสงแดดจัด เพราะความร้อนอาจทำให้พลาสติกหรือยางเสื่อมสภาพเร็วขึ้น การหมั่นตรวจสอบรอยแตกร้าวหรือจุดที่ชำรุดก่อนนำอุปกรณ์มาใช้งานครั้งต่อไปเป็นกฎเหล็กที่ห้ามละเลย
การทำงานเกี่ยวกับระบบแก๊สถือเป็นงานที่มีความเสี่ยงสูงระดับต้น ๆ เพราะต้องรับมือกับก๊าซไวไฟที่มีแรงดันสูง ช่างเทคนิคจึงต้องสวมใส่อุปกรณ์ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับอันตรายเฉพาะทางอย่างรัดกุม
แก๊ส LPG ในสถานะของเหลวมีความเย็นจัดมาก หากเกิดการรั่วไหลแล้วสัมผัสโดนผิวหนังโดยตรงจะทำให้เกิดแผลไหม้จากความเย็นอย่างรุนแรง ช่างเทคนิคจึงต้องสวมใส่อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคลอย่างถุงมือที่ทนต่อความเย็นจัดและสวมชุดทำงานที่ปกปิดผิวหนังมิดชิด เพื่อป้องกันอันตรายระหว่างการซ่อมบำรุงท่อแก๊สหรือวาล์ว
บริเวณจุดที่ทำการซ่อมแซมระบบแก๊สอาจมีก๊าซตกค้างอยู่ในอากาศ การสูดดมเข้าไปในปริมาณมากอาจทำให้เกิดอาการวิงเวียน หมดสติ หรือขาดออกซิเจนเฉียบพลัน การสวมใส่อุปกรณ์ประเภทหน้ากากพร้อมตลับกรองไอระเหยและก๊าซไวไฟ จะช่วยให้ช่างเทคนิคสามารถหายใจได้อย่างปลอดภัยและปฏิบัติงานจนเสร็จสิ้นกระบวนการ
กฎหมายความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน ระบุว่า นายจ้างมีหน้าที่รับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมดและต้องจัดหาอุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคลที่ได้มาตรฐานให้แก่ลูกจ้าง โดยลูกจ้างไม่ต้องเสียเงินซื้ออุปกรณ์เหล่านี้เอง
เมื่ออุปกรณ์เกิดการชำรุด แตกร้าว หรือฉีกขาด ไม่ควรนำกาวมาติดหรือซ่อมแซมเพื่อฝืนใช้งานต่อ เพราะโครงสร้างที่เสียหายไปแล้วจะไม่สามารถทนรับแรงกระแทกหรือสารเคมีได้เท่าเดิม ควรเปลี่ยนอุปกรณ์ชิ้นใหม่ทันทีเพื่อความปลอดภัยขั้นสูงสุด
พนักงานไม่สามารถปฏิเสธได้ การสวมใส่อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคลถือเป็นหน้าที่ตามกฎหมายของลูกจ้าง หากลูกจ้างฝ่าฝืนหรือไม่ยอมสวมใส่ นายจ้างมีสิทธิสั่งให้หยุดการทำงานในพื้นที่นั้นได้ทันทีจนกว่าจะปฏิบัติตามกฎระเบียบอย่างเคร่งครัด
อายุการใช้งานแตกต่างกันไปตามวัสดุและความถี่ในการใช้งาน หมวกนิรภัยมักมีอายุราวสามถึงห้าปี แว่นตานิรภัยและที่ครอบหูใช้ได้นานจนกว่าจะมีรอยร้าว ส่วนหน้ากากกรองฝุ่นและถุงมือกันสารเคมีบางชนิดอาจเป็นแบบใช้แล้วทิ้งหรือต้องเปลี่ยนใหม่ทุกสัปดาห์ตามสภาพการใช้งานจริง
อุบัติเหตุในพื้นที่ปฏิบัติงานเป็นเรื่องของการป้องกันที่หละหลวม การตระหนักถึงความสำคัญและเลือกใช้อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคลอย่างถูกวิธี จะช่วยลดความเสี่ยงจากการบาดเจ็บและปกป้องชีวิตของคนทำงานได้ การลงทุนด้านความปลอดภัยจึงเป็นสิ่งที่ทุกองค์กรต้องให้ความสำคัญเป็นอันดับแรก เพื่อสร้างวัฒนธรรมการทำงานที่ปลอดภัยและยั่งยืน
เพราะมาตรฐานและความปลอดภัย คือหัวใจสำคัญที่ DeeChoice Group ยึดมั่น สำหรับผู้ที่ต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดต่อเราได้ผ่านช่องทางดังนี้